SET1,571.72-0.08%NASDAQ26,140.03-2.15%S&P 5007,659.44-1.09%Dow Jones52,002.41-0.34%Gold4,194.70+0.33%Bitcoin82,120.91+0.13%USD/THB33.53+0.19%น้ำมัน WTI98.37-3.00%

หลังข่าวแต่ละแบบ ราคาทำอะไรต่อ

เราเก็บพาดหัวข่าวหุ้นไทยตั้งแต่ปี 2015 จำแนกด้วยกฎคำสำคัญเป็นเหตุการณ์ของบริษัท แล้ววัดว่าราคาทำอะไรต่อเมื่อเทียบกับหุ้นกลางของตลาด · 45,519 เหตุการณ์ · คำนวณล่าสุด 2026-10-19

สี่ผลที่ชัดที่สุด

60 วันทำการหลังข่าว · ค่ากลางเทียบตลาด
เพิ่มทุน (dilution)
-3.33%
1,031 ครั้ง
งบแย่ลง
-2.33%
876 ครั้ง
ได้งาน/สัญญา
-2.23%
2,902 ครั้ง
โบรกเชียร์ซื้อ
+1.25%
7,922 ครั้ง

ตารางเต็มทั้ง 15 ประเภท ที่ 5, 20 และ 60 วันทำการ พร้อมช่วงความเชื่อมั่น และราคาที่ขยับไปแล้วก่อนข่าวออก — และสถิติเดียวกันนี้แสดงบนทุกพาดหัวในฟีดข่าวและหน้าหุ้น — เปิดให้สมาชิก PRO ขึ้นไป

ดูแพ็กเกจ PRO

วัดอย่างไร

  1. จำแนกด้วยกฎ ไม่ใช้ AI — โมเดลภาษาที่อ่านข่าวปี 2019 รู้อยู่แล้วว่าเรื่องจบอย่างไร ความรู้นั้นจะรั่วเข้าไปในผลทดสอบและทำให้ดูดีเกินจริง กฎคำสำคัญไม่รู้อนาคตเลย ผลที่วัดได้วันนี้จึงวัดซ้ำได้พรุ่งนี้
  2. ตัดตารางสรุปตลาดออกก่อน — พาดหัวอย่าง “บวกสูงสุด” หรือ “ปิดเช้าบวก” คือการรายงานราคาที่ขยับไปแล้ว ถ้านับเป็นเหตุการณ์จะกลายเป็นการทำนายสิ่งที่เกิดไปแล้ว
  3. เข้าที่ราคาปิดวันแรกที่ซื้อขายได้จริง — ข่าวที่ออกหลังตลาดปิด 16:30 นับเป็นวันทำการถัดไป
  4. เทียบกับหุ้นกลางของตลาดในช่วงเวลาเดียวกัน — ตอนแรกเราใช้ค่าเฉลี่ยทั้งตลาด แล้วพบว่าทุกเหตุการณ์ติดลบหมด การสุ่มวันที่ไม่มีข่าวเลยก็ติดลบเท่ากัน แปลว่าไม้บรรทัดเพี้ยน ไม่ใช่ข่าวมีผล เปลี่ยนมาใช้ค่ากลางแล้วการสุ่มกลับมาที่ศูนย์พอดี

ข้อจำกัดที่ต้องรู้

จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ผลในอดีตไม่ได้รับประกันอนาคต · ดูข่าวล่าสุด